แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไพล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไพล แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ไพล

ไพล

ชื่อวิทยาศาสตร์         Zingiber montanum (Koen.) Theilade
วงศ์                              Zingiberaceae
ชื่อพ้อง                    Z. cassumunar Roxb., Z. purpureum Roscoe
ชื่ออื่นๆ                   ปูลอย ปูเลย มิ้นสะล่าง ว่านไฟ

สารออกฤทธิ์   

          ได้มีผู้ทดลองฤทธิ์ลดการอักเสบของสารที่สกัดได้จากไพลหลายชนิด คือ (E)-4(3¢,4¢-dimethylphenyl) but-3-ene (1) ออกฤทธิ์ยับยั้ง prostaglandin (2) เคอร์คิวมิน ซึ่งเป็นสารสีเหลือง (3-9) และ cassumunarins A, B, C น้ำมันหอมระเหย (10, 11)

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวกับแก้ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ

1. ฤทธิ์ลดการอักเสบ
          มีผู้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ลดการอักเสบหลายฉบับคือ เมื่อทดลองใช้สารสกัดเมทานอล ขนาด 3 ก./กก. โดยให้ทางกระเพาะอาหาร (intragastic) ของหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบโดย carrageenan พบว่ามีฤทธิ์ลดการอักเสบ (1) และเมื่อทดลองโดยใช้น้ำมันหอม ระเหยจากไพลให้ทางปากในคน พบว่ามีฤทธิ์ลดการอักเสบ (10) เมื่อให้หนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำ ให้เกิดการอักเสบโดย carrageenan พบว่าไม่มีฤทธิ์ (10)
          ส่วน ฤทธิ์เฉพาะที่พบว่า เมื่อใช้สารสกัดเอทิลอะซีเตทหรือสารสกัดน้ำ ทาที่ใบหูของหนูถีบจักรเพศผู้ซึ่งถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบที่หูด้วย phorbol myristate acetate ในขนาด 1 มก./หู พบว่ามีฤทธิ์ลดการอักเสบ (12) ส่วนการใช้สารสกัดเอทานอลทาที่ใบหูของหนูขาวเพศผู้ พบว่ามีฤทธิ์ โดยขนาดที่สามารถยับยั้งการอักเสบได้ 50% มีค่าเท่ากับ 854 มคก./ตัว (13) การใช้สารสกัดอะซีโตนทาที่อุ้งเท้าหลังของหนูขาวเพศผู้ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบที่อุ้งเท้าหลังด้วย carrageenan พบว่ามีฤทธิ์ลดการอักเสบ โดยขนาดที่สามารถยับยั้งการอักเสบได้ 50% เท่ากับ 22 มก./ตัว (14)
            สำหรับสารที่ออกฤทธิ์ลดการอักเสบนั้นมีผู้ทดลองใช้สาร (E)-1-(3-4-dimethoxyphenyl) butadine (DMPBD) บริสุทธิ์ที่สกัดได้จากไพล ทาที่หูของหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการ อักเสบด้วย ethyl phenylpropiolate (EPP), arachidonic acid (AA) หรือ 12-O-tetradecanoyl-phorbol 13-acetate โดยการทดลองเปรียบเทียบกับ oxyphenbutazone และ phenidone ผลการทดลองพบว่า สารดังกล่าวมีฤทธิ์ลดการอักเสบ นอกจากนี้ยังมีการทดลองใช้สาร DMPBD นี้ทาอุ้งเท้าของหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบด้วย carrageenan โดยทำการทดลองเทียบกับ diclofenac ผลการทดลองพบว่า สารดังกล่าวมีฤทธิ์ลดการอักเสบใกล้เคียงกับ diclofenac ส่วนหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบด้วย platelet-activating factor (PAF) ผลการทดลองพบว่าทั้ง DMPBD และ diclofenac ไม่สามารถลดอาการบวมที่อุ้งเท้าได้ จากผลการทดลองดังกล่าวจึงเชื่อว่าสาร DMPBD มีกลไกการออกฤทธิ์ลดการอักเสบ โดยไปยับยั้งที่ เอนไซม์ cyclooxygenase และเอนไซม์ lipoxygenase ของ arachidonic acid metabolism (15)
            มีผู้พบสารออกฤทธิ์อื่นอีก ได้แก่ cassumunarins A, B, C ที่สกัดได้จากเหง้าไพล พบว่าลดการอักเสบที่หูของหนูถีบจักรที่เหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบด้วย 12-O-tetradecanoyl-phorbol 13-acetate เมื่อเปรียบเทียบกับสาร curcumin ผลการทดลองพบว่า สารสกัด cassumunarins A, B, C มีฤทธิ์ต้านการอักเสบแรงกว่า curcumin (16) compound D หรือ (E)-4(3¢,4¢-dimethoxyphenyl) but-3-en-2-ol ซึ่งเป็นสารที่สกัดจากเหง้าไพล มีฤทธิ์ลดการอักเสบที่หูของหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบด้วย carrageenan โดยใช้ compound D ขนาด 2.5 มล./กก. ผลการทดลองพบว่า compound D มีฤทธิ์ลดการอักเสบเล็กน้อย โดยยับยั้งการสะสมของ leukocyte และการสร้าง prostaglandin ทั้งนี้ในการทดลองนี้ทำการทดลองเทียบกับยา aspirin, indomethacin และ prednisolone (17)
2. ฤทธิ์แก้ปวด
          มีการทดลองใช้สารสกัดเมทานอล ให้ทางกระเพาะอาหาร (intragastic) ของหนูถีบจักรที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบด้วย acetic acid โดยใช้สารสกัดในขนาด 3 มก./กก. พบว่ามีฤทธิ์แก้ปวด (1) และมีการทดลองใช้สาร compound D หรือ (E)-4-(3’,4’-dimethoxyphenyl) but-3-en-ol ขนาด 2.5 มล./กก.พบว่ามีฤทธิ์แก้ปวดในหนูถีบจักรที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดอาการปวดด้วย acetic acid ทั้งนี้ได้ทดลองเทียบกับยา aspirin, indomethacin และ prednisolone (17)
          จากผลการทดลองดังกล่าวข้างต้นจึงมีผู้นำไปทดลองทางคลินิกโดยการทำเป็นครีมไพล(ไพลจีซาล) ซึ่งมีน้ำมันหอมระเหยเป็นส่วนประกอบ (14%) พบว่าลดอาการปวดบวมในการรักษาข้อเท้าแพลง โดยการทำการทดลองแบบ double-blinded randomize controlled trial เทียบกับ paracetamol ผลการศึกษาพบว่ามีฤทธิ์แก้อักเสบ (18)
          นอกจากนี้ยังมีการทดลองโดยใช้ครีมไพลกับผู้ป่วยจำนวน 20 ราย ที่บาดเจ็บเนื่องจากข้อเท้าเคล็ด โดยศึกษาเทียบกับ analgesic cream ใช้วิธีการวัดผลการทดลองโดยวัดปริมาตรขาตามหลักอะคีเมดีส ผลการศึกษายังไม่แน่นอน (19)

หลักฐานความเป็นพิษและการทดสอบความเป็นพิษ

1. การทดสอบความเป็นพิษ  
เมื่อให้หนูกินสารสกัดเหง้าด้วยเอทานอล (50%) (20) หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ขนาด 10 ก./กก. ไม่พบพิษ ให้หนูกินสารสกัดเหง้าด้วยอัลกอฮอล์หรือด้วยเฮกเซน ขนาดที่ทำให้สัตว์ทดลองตายครึ่งหนึ่งมีค่า 20 ก./กก. และ 80 ก./กก. ตามลำดับ และพบว่าเมื่อผสมเหง้าไพลแห้งในอาหารหนู (ร้อยละ 0.5, 3 และ 18) ให้กินนาน 6 เดือน ไม่พบพิษ (21)
2. ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์
สารสกัดหัวไพลด้วยน้ำในขนาด 0.5 ซีซี/แผ่น ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ใน Bacillus subtilis H-17 (Rec+) และ M-45 (Rec) (22)
3. พิษต่อยีน
สาร D จากไพลทำให้ chromosome ผิดปกติ (23)
          จาก หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า ไพลสามารถลดการอักเสบและแก้ปวด จึงช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ และมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายขององค์การเภสัชกรรม